ไม่พลาด! เชลซี เปิดบ้านอัด เชฟฯ ยูไนเต็ด 2-0 ฉลุย 4 ทีม เอฟเอคัพ

การแข่งขันชิงชัย ฟุตบอล เอฟเอ คัพ รอบ 8 ทีมในที่สุด คู่ระหว่าง เชลซี พบกับ เชฟฯ ยูไนเต็ด ที่สนาม สแตมฟอร์ด บริดจ์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 21 มีนาคม 2564

เปิดเกมมาแค่เพียงนาทีแรก เชฟฯ ยูไนเต็ด ได้ช่องทักก่อน เดวิด แม็คโกลดริค สับไกหน้าเขตโทษแต่บอลยังตรงตัว เกปา อาร์ริซาบาลาก้า รับเข้าซองได้ไม่ยาก

นาทีที่ 24 เชลซี เจ้าถิ่นมาได้ประตูนำ 1-0 จากจังหวะที่ เบน ชิลเวลล์ กึ่งยิงกึ่งผ่านเข้าไปในเขตโทษ โอลิเวอร์ นอร์วู้ด พยายามสกัดแต่โดนไม่ดีบอลแฉลบเปลี่ยนปากทางเข้าประตูตนเอง พร้อมทั้งหมดครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้

กลับมาเล่นต่อครึ่งหลัง นาทีที่ 49 “สิงห์บลูส์” เจ้าถิ่นมาได้ลุ้นจากลูกฟรีคิก เมสัน เมาท์ วิ่งเข้ากดด้วยขวาแต่บอลพุ่งหลุดเสาแรกออกไปอย่างน่าเสียดาย

นาทีที่ 67 ทีมเยือนเกือบได้ประตูตีเสมอ จอห์น ลันด์สแทรม เปิดบอลโด่งเข้าเขตโทษ เดวิด แม็คโกลดริค เทกตัวโหม่งเต็มๆแต่บอลหลุดเสาออกไป

สองนาทีถัดมา “ดาบคู่” เกือบได้อีกที โอลิเวอร์ แม็คเบอร์นี่ ลากมากมายดด้วยขวาหน้าเขตโทษแต่ เกปา ยังไวพุ่งปัดทิ้งออกไปได้

ตอนทดเจ็บนาทีที่ 90+2 เจ้าถิ่นฝ่าอีกที เบน ชิลเวลล์ เปิดบอลโค้งเข้าเขตโทษ ฮาคิม สิเย็ค วิ่งมาล้มตัวยิงด้วยซ้ายทิ่มเสาเข้าไปเด็ดขาด เชลซี ตอกย้ำชัย 2-0

จบเกม เชลซี เปิดบ้านเอาชนะ เชฟฯ ยูไนเต็ด 2-0 เดินหน้าผ่านเข้าสู่รอบ 4 ทีมในที่สุดได้สำเร็จ

รายนามผู้เล่นของทั้งสองทีม
เชลซี (3-4-2-1) : เกปา อาร์ริซาบาลาก้า – เอเมอร์สัน, อันเดรียส คริสเตนบวงสรวง, เคิร์ท ซูม่า – คัลลัม ฮัดสัน-โอดอย, บิลลี่ กิลมัวร์, มาเตโอ โควาสิช, เบน ชิลเวลล์ – คริสเตียน พูลิสิช, เมสัน เมาน์ท -โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์
เชฟฯ ยูไนเต็ด (3-5-2) : แอรอน แรมส์เดล – จอร์จ บัลด็อค, ฟิล จากิลก้า, เอ็นดา สตีเว่นส์, เบน ออสบอร์น – เจย์เด้น โบเกิ้ล, จอห์น ลันด์สแทรม, โอลิเวอร์ นอร์วู้ด, จอห์น เฟล็ค – โอลิเวอร์ แม็คเบอร์นี่, เดวิด แม็คโกลดริค

ตราหมี เฉือนหวิว อลาเบส 1-0 นำหัวหน้าฝูงลาลีกาต่อ

แอตเลติเตียนโก มาดริด เก็บความมีชัยเหนือ อลาเบส 1-0 คว้าสามแต้มสำคัญ นำหัวหน้าฝูงลาลีกา ห่าง เรอัล มาดริด 6 คะแนน และก็ห่างจากบาร์เซโลน่า 4 คะแนน

การแข่งขันชิงชัยฟุตบอล ลา ลีกา ประเทศสเปน ฤดูกาล 2020-21 ระหว่าง “ตราหมี” แอตเลติเตียนโก มาดริด เปิดสนามว่านต๋า เมโทรโปลิตาโน รับการมาเยือนของ อลาเบส ชั้น 19 ของตาราง

แอตเลติเตียนโก มาดริด เกมนี้ไม่มีเฟลิกซ์ ที่ติดโทษแบน พวกเขามาเล่น 4-4-2 โดย ซัวเรซ,คอร์เรอา จับคู่หน้า กึ่งกลางมี เลอมาร์,ญฮเรนเต,โกเก้,การ์ราสหรูหรา แนวรับซ้ายไปขวาเป็น เอร์โมโซ่,กิเมเนซ,ซาวิช,ทริปเปียร์ และก็ โอบลัคเฝ้าเสา

ส่วนฝั่งอลาเบสมาเล่น 4-1-4-1 โดยทิ้ง โฆเซลู ไว้เป็นหน้าค้ำและก็มี โชต้า,เมนเดซ,ปอนส์,เปลเลสตรี รอหนุนจากกึ่งกลาง

ผลปรากฏว่า แอตเลติเตียนโก มาดริด เอาชนะ อลาเบส ไป 1-0 โดย ตราหมี ได้ประตูในนาทีที่ 54 จากจังหวะที่ คีแรน ทริปเปียร์ เปิดบอลจากฝั่งขวาเข้ากรอบเขตโทษ และก็เป็น หลุยส์ ซัวเรซ โหม่งเข้าไปตุงตาข่าย

ทำให้ แอตเลติเตียนโก มาดริด เก็บเพิ่มเป็น 66 คะแนน นำเป็นหัวหน้าฝูงต่อไป ทิ้งห่างกลุ่มชั้นสองอย่าง บาร์เซโลน่า 4 คะแนน และก็มีคะแนน ห่างชั้น 3 อย่าง เรอัล มาดริด ไปเป็น 6 คะแนน

รอบรองฯ เอฟเอ คัพ มีซี้ด!!! เชลซี ฟัด แมนฯ ซิตี้, เลสเตอร์ ดวล เซาแธมป์ตัน

ผลการจับฉลากศึก เอฟเอ คัพ 2020/21 รอบรองชนะเลิศ เชลซี จะพบกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ เลสเตอร์ สิตี้ จะพบกับ เซาแธมป์ตัน

ฟุตบอลถ้วยดินแดนผู้ดีได้คู่แข่งในรอบ 4 ทีมในที่สุดเป็นที่เรียบร้อยโดย “สิงห์บลู” เชลซี ที่เข่น เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด 2-0 ในคืนวันอาทิตย์จะ ได้ดวลกับ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งเอาชนะ เอฟเวอร์ตัน มาด้วยสกอร์ 2-0

ในเวลาที่อีกคู่จะเป็นการพบกันของ เลสเตอร์ สิตี้ ที่ตี แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 3-1 จะพบกับ “นักบุญ” เซาแธมป์ตัน

ดังนี้ โปรแกรมอีกทั้ง 2 คู่จะฟาดหน้าแข้งกันในวันที่ 17 เมษายนนี้

ผีแดง ดวล กรานาดา, ปืนใหญ่ ฟัด สลาเวีย ปราก ศึกยูโรปาลีก รอบก่อนรองฯ

ผลของการจับสลากฟุตบอล ยูฟา ยูโรปาลีก รอบก่อนรองชนะเลิศ หรือ รอบ 8 กลุ่มในที่สุด และ รอบรองชนะเลิศ เมื่อวันศุกร์ที่ 19 มีนาคม ออกมาเป็นที่เป็นระเบียบ

ผลของการจับสลากฟุตบอล ยูฟา ยูโรปาลีก รอบก่อนรองชนะเลิศ ( 8 กลุ่มในที่สุด)

– กรานาดา (สเปน) พบ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (อังกฤษ)

– อาร์เซนอล (อังกฤษ) พบ สลาเวีย ปราก (สาธารณรัฐเช็ก)

– อาแจ็กซ์ (เนเธอร์แลนด์) พบ โรมา (อิตาลี)

– ดินาโม ซาเกร็บ (โครเอเชีย) พบ บีญาเรอัล (สเปน)

แข่งเลกแรกวันที่ วันที่ 8 ม.ย. และ แข่งเลกลำดับที่สองวันที่ 15 ม.ย.

รอบรองชนะเลิศ

ผู้ชนะระหว่างคู่ กรานาดา (สเปน) หรือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (อังกฤษ) พบ อาแจ็กซ์ (เนเธอร์แลนด์) หรือ โรมา (อิตาลี)

ผู้ชนะระหว่างคู่ ดินาโม ซาเกร็บ (โครเอเชีย) หรือ บีญาเรอัล (สเปน) พบ อาร์เซนอล (อังกฤษ) หรือ สลาเวีย ปราก (สาธารณรัฐเช็ก)

แข่งเลกแรกวันที่ 29 ม.ย. และ แข่งเลกลำดับที่สองวันที่ 6 เดือนพฤษภาคม

รอบชิงชนะเลิศ
วันที่ 26 เดือนพฤษภาคม (เอเนอร์ก้า กดังส์ค อารีท้องนา, ประเทศโปแลนด์)

“ป็อกบา” วีรบุรุษ! ซัดนำชัยพาผีแดง บุกเฉือน เอซี มิลาน 1-0 ทะลุรอบ 8 ทีม ยูโรปาลีก

ฟุตบอล ยูฟ่า ยูโรปาลีก 2020/21
รอบ 8 กลุ่มท้ายที่สุด เลกที่ 2
วันพฤหัสบดีที่ 18 มี.ค. 2021

เอซี มิลาน 0-1 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
(รวมผลสองนัด แมนฯ ยูไนเต็ด ผ่านเข้ารอบด้วยประตูรวม 2-1)

สนาม : ซาน ซิโร

พอล ป็อกบา ที่พึ่งจะหายเจ็บกลับมาเป็นตัวสำรองช่วยยิงประตูเดียวของเกมส่งให้สังกัดเดิมของเขาบุกมาเอาชนะ เอซี มิลาน ได้ถึงถิ่นและก็เข้ารอบต่อไปได้เสร็จด้วยสกอร์รวม 2-1

นาทีที่ 12 โอกาสแรกของเกมมาจาก แฟร์นันดส์ ที่ยิงผ่านคานออกไป โดยจำต้องสรรเสริญการสร้างโอกาสของ ชอว์ ที่แหวกหนีแนวรับของ มิลาน มาได้อย่างแน่ใจ ก่อนที่จะอีก 2 นาทีถัดมา เคสซิเย จะได้โอกาสทดลองยิงไกลดูบ้างแม้กระนั้นก็เบาจนถึงไม่ได้ทำให้ เฮนเดอร์สัน จำต้องออกโรงมากเท่าไรนัก

ผ่านไป 20 นาที่ เกมดูเหมือนจะเริ่มเปิดมากขึ้นเรื่อยๆหลังก่อนหน้าที่ผ่านมาทั้ง 2 กลุ่มเล่นกันแบบค่อนข้างจะระมัดระวังตัว
นาทีที่ 40 เซเลอมักเกอร์ส ได้โอกาสทองคำจากหน้าปากประตูแม้กระนั้นยิงไปตรงตัว เฮนเดอร์สัน

ก่อนหมดเวลา 45 นาทีแรก ชัลฮาโนกลู โยนบอลเข้าไปถึง คุณครูนิช ได้ยิงแม้กระนั้นบอลหลุดกรอบออกไปอย่างน่าเสียดาย

นาทีที่ 47 ป็อกบา ที่พึ่งจะถูกส่งลงมายิงให้กลุ่มออกนำไปแล้ว 0-1 ในจังหวะขลุกขลิกกันอยู่ในกรอบเขตโทษดูราวกับว่า ปิโอลี จะสั่งให้สมาชิกของเขาเล่นเกมรุกเต็มสูบจากการที่ทั้ง 2 ฟูลแบ็คและก็ ฟรองค์ เคสซิเย เริ่มยืนสูงมากขึ้นมาเรื่อยในดินแดนของ ยูไนเต็ด

นาทีที่ 73 มิลาน เกือบจะได้ตีเสมอจากจังหวะโหม่งของ อิบราฮิโมวิช แม้กระนั้น เฮนเดอร์สัน ยังซูเปอร์เซฟปัดทิ้งเอาไว้ได้

แล้วหลังจากนั้นไม่มีสกอร์เพิ่ใ จบ 90 นาที แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บุกเชือด เอซี มิลาน 1-0 รวมผลสองนัดกลุ่มปีศาจร้ายแดงผ่านเข้ารอบต่อไป ด้วยสกอร์รวม 2-1

รายนามผู้เล่นที่ลงสู่สนาม

เอซี มิลาน : จานฝ่าจิ ดอนทุ่งนารุมม่า,ปิแอร์ ค้างลูลู (ดีเอโก้ ดาโลต์ น.65),ฟิค้างโย่ โทโมรี่,ซิมง เคียร์,เตโอ แอร์กน็องเดซ,ราเด้ คุณครูนิช (บราฮิม ดิอาซ น.72),ฟร้องค์ เกสซิเย่,ซูอาลิโอ เมอิเต้,ซามู กาสติเยโฆ่ (ซลาตัน อิบราฮิโมวิช น.65),ฮาคาน ชาลาโนลู,อเล็กซิส ซาเลเมเกอร์ส

แมนฯ ยูไนเต็ด : ดีน เฮนเดอร์สัน,อารอน วาน-บิสซาก้า,วิคตอร์ ลินเดเลิฟ,แฮร์รี่ แม็กแกว่งไกวร์,ลุค ชอว์,สกอตต์ แม็คโทมิเนย์,เฟร็ด,เมสัน กรีนวู้ด,บรูโน่ แฟร์นันเดส, แดเนียล เจมส์, มาร์คัส แรชฟอร์ด (ปอล ป็อกบา น.46)

มาตามนัด! “เรือใบ” ควง “ชุดขาว” ฉลุยรอบ 8 ทีม ศึกแชมเปียนส์ลีก

การแข่งขันบอล ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ฤดู 2020-21 รอบ 16 กลุ่มในที่สุด นัดสอง เมื่อคืนนี้วันพุธที่ 16 มี.ค.64 มีแข่งขัน 2 คู่ คู่ที่น่าสนใจที่สนามปุสกัส อารีทุ่งนา (สนามกลาง) “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จากอังกฤษ พบกับ “ราชสีห์ชายหนุ่ม” โบรุสเซีย มึนเชนกลัดบัค จากเยอรมนี โดยครั้งแรก แมนฯ ซิตี้ ชนะมาได้ก่อน 2-0

ฝั่งเรือใบสีฟ้า ที่เอาชนะในเลกแรกมา 2-0 นัดนี้ จัดกลุ่มในระบบ 4-3-3 วาง ริยาด ยักษ์เรซ, เควิน เดอ บรอยน์ และ ฟิล โฟเด้น เป็นสามประสานในแนวรุก

ทางด้านราชสีห์ชายหนุ่ม เลือกใช้แผน 4-3-1-2 วาง ลาร์ส สตินด์ล เป็นตัวทำเกม โดยมี มาร์คัส ตูราม จับคู่กับ บรีล เอ็มโบโล ในดินแดนหน้า

ผลที่ตามมา แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เอาชนะ โบรุสเซีย มึนเชนกลัดบัค 2-0 ผ่านเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศด้วยประตูรวม 4-0 โดย “เรือใบสีฟ้า” ได้ประตูจาก เควิน เดอ บรอยน์ นาทีที่ 12 และอิลคาย กุนโดกัน นาทีที่ 18เกมอีกคู่ที่สนามอัลเฟรโด ดิ สเตฟาโน “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด จากประเทศสเปน เปิดบ้านรับการมาเยือนของ อตาลันตา โดยครั้งแรก เรอัล มาดริด บุกไปชนะมาได้ก่อน 1-0

ซีเนดีน ซีดาน ผู้จัดการทีมเจ้าของบ้าน ซึ่งกุมความเป็นต่อจากการบุกชนะมาได้ก่อนในครั้งแรก 1-0 เลือกจัดทัพมาในระบบ 3-5-2 ใช้คู่แผงหน้าเป็น วินิซิอุส จูเนียร์ ติดต่อประสานงานร่วมกับ ติดอยู่ริม เบนเซมา

ด้านกลุ่มเยือนของ จาน ปิเอโร กาสเปรินี จะต้องชนะผลต่างเกิน 2 ประตูขึ้นไป ถ้าเกิดหวังจะกลับเข้ารอบ วางหมากมาในแผน 3-4-3 ใช้สามแนวรุกเป็น รุสลัน มาลินอฟสกี้, หลุยส์ มูเรียล และ มาริโอ ขว้างซาลิช

ผลที่ตามมา เรอัล มาดริด คว้าตั๋วผ่านเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศ แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้เป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปี หลังจากชนะ อตาลันตา 3-1 คว้าชัยด้วยประตูรวม 4-1 โดย “ราชันชุดขาว” ได้ประตูจาก ติดอยู่ริม เบนเซมา นาทีที่ 34, จากจุดโทษของ เซร์คิโอ รามอส นาทีที่ 60 และมาร์โก อเซนซิโอ นาทีที่ 84 ส่วนกลุ่มเยือนตีไข่แตกได้จาก หลุยส์ มูเรียล นาทีที่ 83

ตัดเกรดหน้าแข้ง ลิเวอร์พูล เกมเอาตัวรอดดับ วูล์ฟส 1-0 – Player Ratings

การแข่งขัน :บอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 2020/21
วันชิงชัย : คืนวันจันทร์ที่ 15 มี.ค. 2021
เวลาชิงชัย : 03:00 น. ตามเวลาไทย
ผลการแข่งขัน : วูล์ฟหมูแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส 0-1 ลิเวอร์พูล
สนาม : โมลินิวซ์ กราวเกรียวนด์
คะแนนนักเตะ ลิเวอร์พูล
อลิสซอน เบ็คเกอร์ – 6/10
แทบเสียท่าเสียประตูในตอนต้นเกม ทำได้ดีสำหรับเพื่อการยืนตำแหน่งคุ้มครองปกป้องลูกโหม่งจากแนวรุกของเจ้าของบ้าน

เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ – 7/10
ทิ่มอลง่ายไปสักนิดสักหน่อยในตอนต้นเกมแต่ว่าค่อยๆจับจังหวะของตนเองได้และก็มีส่วนร่วมสำหรับเพื่อการเปิดเกมรุกจากริมเส้นฝั่งขวาอย่างต่อเนื่อง

แนท ฟิลลิปส์ – 8/10
โดดเด่นสำหรับเพื่อการคุ้มครองปกป้องลูกกลางอากาสจาก วูล์ฟส เป็นคนขึ้นต้นชิงโหม่งถึงที่เหมาะกลางสนามในจังหวะอันส่งผลให้เกิดการได้ประตูของกลุ่ม

โอซาน คาบัค – 7/10
มีปัญหาสำหรับเพื่อการต่อกรกับความเร็วของ อดามา ยี่ห้อโอเร ให้มองเห็นอยู่บ้างแต่ว่าโดยรวมถือว่ายังสามารถเอาชีวิตรอดได้ดิบได้ดี

แอนดี้ โรเบิร์ตสัน – 6/10
ไม่ใช่วันที่เจ้าตัวอยู่ในฟอร์มที่ดีนักทั้งในเกมรับและก็เกมรุก

ผีโชคดี เฮดีต่อใจ 1-0! “ดอว์สัน” ยิงตนเอง รั้งรองจ่าฝูงพรีเมียร์ลีก

ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ2020/21
วันอาทิตย์ที่ 14 เดือนมีนาคม 2021

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-0 พบ เวสต์แฮม

สนาม : โอลด์ แทรฟฟอร์ดถ่ายทอดสด
ผู้ตัดสิน : คริส คาวาที่นาฟ

แมนฯ ยูไนเต็ด เล่นกันได้ไม่ค่อยดีนักแต่ยังเก็บ 3 แต้มขยับกลับไปที่ 2 ได้ตามเคยจากการทำเข้าประตูตัวเองของ เคเกลื่อนกลาด ดอว์สัน

เวสต์แฮม ที่ได้เขี่ยก่อนบากบั่นพาบอลขึ้นหน้าไปโดยทันที ก่อนที่จะ ยูไนเต็ด จะตัดบอลมาสวนกลับไปทาง ชอว์ ที่เฉือนเข้าในให้ กรีนวู้ด ได้ตอกลูกขัดแต่ยังไปติดบล็อคของ ดอว์สัน ในนาทีที่ 3

ต่อไปทั้งสองฝ่ายก็ดูเหมือนจะเล่นกันด้วยความอดทนรวมทั้งระแวดระวังมากเป็นพิเศษ อย่างไรก็ดี 3 แนวรุกของ ยูไนเต็ด ดูเหมือนจะเล่นได้ไม่เข้าขากันเลย ด้วยเหตุว่าต่างคนต่างก็บากบั่นฝืนจนทิ่มอลไปกล้วยๆส่วนผู้ที่เด่นที่สุดคงจะหนีไม่พ้น ลุค ชอว์ ที่ใช้พื้นที่ว่างได้อย่างคุ้มค่าด้วยการเติมมาหาช่องทางเปิดเข้ากึ่งกลางเสมอ

นาทีที่ 24 แรชฟอร์ด เสียโอกาสทองไปอย่างน่าเหลือเชื่อจากจังหวะที่ กรีนวู้ด รับบอลมากจาก แฟร์นันดส์ ที่ขอบเส้นฝั่งขวาแล้วเปิดไปถึงเขา สบโอกาสเทคตัวโหม่งคนเดียวกระโดดๆแต่ดันทำบอลหลุดกรอบไป

นาทีที่ 36 กรีนวู้ด สบโอกาสสับไกจากหน้ากรอบจุดโทษแต่ ฟาเบียงสกี้ ยังโชว์ซูเปอร์เซฟ ปัดด้วยปลายมือออกไปได้ หมดเวลา 45 นาทีแรก ยังเสมอกัน 0-0

เวสต์แฮม เริ่มเกมใน 45 นาทีข้างหลังด้วยแนวทางเล่นรับลึกแบบเดิม พวกเขาปลดปล่อยให้ ยูไนเต็ด โหมบุกเข้าใส่ได้อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งแม้จะลองอีกทั้งยิงไกล อีกทั้งเปิดเข้ากึ่งกลางหรือแทงทะลุช่อง เจ้าของบ้านก็ยังไม่ได้ประตูขึ้นนำเสียที
นาทีที่ 53 ประตูแรกของเกมมาแล้วจากจังหวะเตะมุมของ แฟร์นันเดส ไปถึง แม็คโทมิเนย์ กระแทกไปชน ดอว์สัน เข้าประตูไป 1-0เวสต์แฮม เริ่มเปลี่ยนแปลงแผนหวังเอาประตูคืนโดยการส่ง 2 ตัวรุกลงมาช่วยประดิษฐ์เกม

แมนฯ ยูไนเต็ด หาช่องทางสวนกลับได้หลายหนแต่การผ่านบอลของพวกเขายังคงขาดๆเกินๆจนไม่อาจจะทิ้งห่างคู่ปรปักษ์ออกไปได้เสียครั้ง

หมดเวลาการแข่งขันชิงชัย แมนฯ ยูไนเต็ด เชือดชนะ เวสต์แฮม 1-0 รีรองผู้นำฝูงไว้ได้ถัดไป

รายนามผู้เล่นทั้งสองกลุ่ม

แมนฯ ยูไนเต็ด : ดีน เฮนเดอร์สัน – แอรอน วาน-บิสซาก้า, วิคโคนร์ ลินเดอเลิฟ, แฮร์รี่ แม็คแกว่งไกวร์, ลุค ชอว์ – สกอตต์ แม็คโทมิเนย์, เฟร็ด – ดาเนี่ยล เจมส์, บรูโน่ แฟร์นันเดส, มาร์คัส แรชฟอร์ด – เมสัน กรีนวู้ด

เวสต์แฮม : ลูคัส ฟาเบียนสกี้ – เคร็ก ดอว์สัน, อิสซ่า ดิย็อป, แอรอน เครสส์เวลล์ – วลาดิภรรยาร์ คูฟาล, โทมัส ซูเช็ค, มาร์ค โนเบิ้ล (มานูเอล ลันสินี่ น.62), เดแคลน ไรซ์, เบน จอห์นสัน (ซาอิด เบนราห์มา น.62) – จาร์ร็อด โบเว่น, มิคาอิล อันโตนิโอ

“โซลชา” จัดแจงต่อสายหา “ฮาแลนด์” หลังทำสถิติยิงครบ 20 ประตูใน UCL

โอเล กุนทุ่งนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีมฟุตบอล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยืนยันว่าตนต้องการโทรศัพท์ไปหา เออร์ลิง ฮาแลนด์ ยอดดาวยิงของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เพื่อแสดงความยินดีหลังศิษย์เก่าสร้างสถิติลำแข้งอายุน้อยสุดที่ยิงได้ 20 ประตูในศึก ยูฟา แชมเปียนส์ลีก

“ผมเชื่อตั้งแต่ต้นแหละว่า ฮาแลนด์ จะเติบโตขึ้นมาจนถึงจุดนี้ สำคัญเป็นเขาทำประตูใน ยูฟา แชมเปียนส์ลีก ได้มากกว่าผมที่ห้อยสตั๊ดไปแล้วนี่สิ” น้าลูกกวาด กล่าวผ่านงานแถลงข่าว

“การที่คุณประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากใหญ่ใน ยูฟา แชมเปียนส์ลีก ตั้งแต่อายุแค่ 20 โน่นแสดงว่าคุณน่าเหลือเชื่อมาก ด้วยเหตุว่ามันไม่ใช่สิ่งที่คนทั่วไปจะทำกันได้ง่ายๆ”

“แน่นอนว่าผมจะโทรไปแสดงความยินดีกับ ฮาแลนด์ คราวหน้าด้วยเหตุว่าการพูดคุยกันด้วยภาษานอร์เวย์ย่อมโอเคกว่าอยู่แล้ว แต่ว่าวผมไม่ใช่ผู้ที่พอใจในเรื่องสถิติตัวเลขมากแค่ไหน จุดโฟกัสหนักไปที่ความก้าวหน้าของนักเตะมากกว่า”

“โชคร้ายที่พวกเราสองคนไม่มีช่องทางเล่นบอลร่วมกันแล้วด้วยเหตุว่าเกิดคนละยุคสมัย อีกอย่างเป็นผมไม่ต้องการให้เอาการให้สัมภาษณ์วันนี้ไปโยงเกี่ยวกับตลาดซื้อ-ขายด้วยเหตุว่า ฮาแลนด์ อยู่กลุ่มอื่นและก็กำลังทำงานหนักเพื่อก้าวขึ้นสู่สุดยอดอย่างแท้จริง ระหว่างที่ผมก็ต้องฝ่างานกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ถัดไปเพื่อสร้างกลุ่มที่ดีสุดตราบจนกระทั่งจะเสร็จ”

ผีเซ็ง! “อาหมัด” กระแทกนำ สุดท้ายโดน มิลาน ไล่เจ๊าทดเจ็บ 1-1 ศึกยูโรปา ลีก

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดรังโดน เอซี มิลาน ไล่ตีเสมอช่วงทดเวลาเจ็บ 1-1 ศึกยูโรปา ลีก รอบ 16 กลุ่มท้ายที่สุด ครั้งแรก

เกมการแข่งขันศึกบอล ยูโรปา ลีก รอบ 16 กลุ่มท้ายที่สุด ครั้งแรก ที่สนาม โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ระหว่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กลุ่มดังแห่งศึกพรีเมียร์ลีก รับการการมาเยี่ยมของ เอซี มิลาน กลุ่มในศึกกัลโช เซเรีย อา

เกมนี้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ส่ง เดเนี่ยล เจมส์,บรูโน่ แฟร์นันด์ส ,อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล และก็ เมสัน กรีนวู้ด ลงสู่สนามเป็น แนวรุก

ส่วน เอซี มิลาน ส่งนักฟุตบอลอย่าง ฟร้องค์ เกสซิเย่,ราฟาเอล เลเอา,บราฮิม ดิอาซ ลงสู่สนามเป็น 11 ตัวจริงเริ่มเกมการแข่งขันในครึ่งแรก นาทีที่ 8 แมนฯ ยูไนเต็ด แทบขึ้นนำก่อน อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ตวัดยิงในกรอบจุดโทษ แต่ทว่า จานฝ่าจิ ดอนที่นารุมม่า ปัดออกไปได้ ก่อนนาทีที่ 11 เป็นจังหวะของ เอซี มิลาน บ้างจาก ฟร้องค์ เกสซิเย่ ซัดส่งบอลไปตุงตาข่ายแต่ทว่า ผู้ตัดสินเช็ควีเออาร์ พร้อมชี้เป็นลูกแฮนด์ก่อน จากนั้นหมด ครึ่งแรกยังเสมอกัน 0-0

กลับมานครึ่งผ่านมาถึงนาทีที่ 50 แมนฯ ยูไนเต็ด ขึ้นนำไปก่อน บรูโน่ แฟร์นันด์ส ยกบอลผ่านให้ อาหมัด ดิยัลโล่ วิ่งสอกขึ้นมากระแทกกลับหลังให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ออกนำไปก่อน 1-0 ซึ่งรูปเกมแทบเป็น แมนฯ ยูไนเต็ด ที่กำลังจะเป็นข้างชนะในเกมนี้ แต่ทว่านนาทีที่ 90+2 ซิมง เคียร์ โหม่งจากลูกเตะมุม ให้ เอซี มิลาน ตามตีเสมอ 1-1จบเกม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เสมอ เอซี มิลาน 1-1 สำหรับ ศึกบอล ยูโรปา ลีก รอบ 16 กลุ่มท้ายที่สุด นัดหมายลำดับที่สอง ที่สนาม ซาน ซีโร่ ของ มิลาน จะชิงชัยวันพฤหัสบดีที่ 18 เดือนมีนาคม นี้

รายนามผู้เล่นที่ลงสู่สนามทั้งคู่กลุ่ม

แมนฯ ยูไนเต็ด : ดีน เฮนเดอร์สัน,อารอน วาน-บิสซาก้า (กางรนดอน วิลเลี่ยมส์ น.73),เอริค ไบยี่,แฮร์รี่ แม็กแกว่งไกวร์,อเล็กซ์ เตลเลส,สกอตต์ แม็คโทมิเนย์,เนมานย่า มาว่ากล่าวช,แดเนี่ยล เจมส์ (ลุค ชอว์ น.74),บรูโน่ แฟร์นันด์ส (เฟร็ด น.74),อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล (อาหมัด ดิยัลโล่ น.46),เมสัน กรีนวู้ด

เอซี มิลาน : จานฝ่าจิ ดอนที่นารุมม่า,ดาวิเด้ ติดอยู่ลาเบรีย (ปิแอร์ ติดอยู่ลูลู น.75),ซิมง เคียร์,ฟิติดอยู่โย่ โทโมรี่,ดิโอหรูหรา ดาโลต์,ราเด้ ครูนิช,ซูอาลิโอ เมอิเต้,ฟร้องค์ เกสซิเย่,อเล็กซิส ซาเลมัคเกอร์ส (ซามู กาสตีเยโฆ น.69),ราฟาเอล เลเอา,บราฮิม ดิอาซ (ซานโดร โตนาลี่น น.69)